บทความ

วัดเชียงทอง ( Xieng Thong Temple )

รูปภาพ
     วัดเชียงทอง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในหลวงพระบางและได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้างที่มีความงดงามที่สุดในประเทศลาว ซึ่งที่แห่งนี้มี สิม หรือ อุโบสถ  ที่เป็นหัวใจสำคัญของวัด ซึ่งเป็นสิมแบบล้านช้างที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด วัดเชียงทองแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้บริเวณแม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหลวงพระบาง ประเทศลาว ภาพจาก : https://www.thaifly.com/index.php?route=news%2Fnews&news_id=875&fbclid=IwAR2MHWVyp8W9G2ZgjiK9_i75i4iW3DeLB8wy5Xby0PkWTS0z-EEIrXRenEA      วัดเชียงทอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาและล้านช้าง ก่อนที่พระองค์จะย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางไปยังนครเวียงจันทร์ ซึ่งวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็น วัดประตูเมือง และท่าเทียบเรือด้านเหนือสำหรับการเสด็จประพาสทางน้ำของกษัตริย์ ทำให้วัดเชียงทองได้รับการอุปถัมภ์เป็นอย่างดี และยังเป็นวัดแห่งเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายในศึกฮ่อธงดำที่บุกปล้นเมืองหลวงพระบาง ใน พ.ศ. 2428 โดยสิ่งก่อสร้างสำคัญต่างๆ ยังอยู่ครบและสมบูร...

วัดพระมหามัยมุนี (The Mahamuni Buddha Temple)

รูปภาพ
     วัดพระมหามัยมุนี หรือ วัดยะไข่ (Rakhine Pagoda) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งและถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่าที่เปรียบได้กับพระแก้วมรกตที่เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทยนั่นเอง ซึ่งเอกลักษณ์ของที่แห่งนี้คือพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี ประกอบพิธีโดยเจ้าอาวาส ณ ช่วงเวลา 04:00 น. ของทุกวัน ตั้งอยู่เมืองมัณฑเลย์ ไปทางตอนใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร ภาพจาก : https://www.khwarnyotravel.com/mahamuni-buddha-temple     วัดแห่งนี้สร้างโดย พระเจ้าโบดอพญา หรือ พระเจ้าปดุง เมื่อพ.ศ 2328 เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีชื่อเดียวกับวัดคือ พระมหามัยมุนี ตามตำนานเล่าว่า พระมหามัยมุนี สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 689 โดยพระเจ้าจันสุริยะ ณ กรุงธัญญวดี เมืองหลวงของยะไข่ขณะนั้น ซึ่งฝันว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทานพรให้พระพุทธปฏิมาองค์นี้เป็นตัวแทนของพระองค์ เพื่อสืบศาสนาต่อไปในภายภาคหน้า ในอดีตแม้เมืองยะไข่จะถูกโจมตีจากกษัริย์เมืองอื่นที่ทรงแสนยานุภาพ แต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายองค์พระมหามัยมุนีออกจากเมืองยะไข่ได้ ต้องมีเหตุให้ขัดข้องไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทุกครั้...

ปราสาทโพกลวงการาย (Po Klaung Garai)

รูปภาพ
     ปราสาทโพกลวงการาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามและประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม อีกทั้งยังเป็นปราสาทในอาณาจักรจามปาและประติมากรรมที่สวยงามมีความเกี่ยวข้องกับไศวนิกาย ปัจจุบันปราสาทโพกลวงการายแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเนินเขาของจังหวัดนิญถวน ประเทศเวียดนาม ภาพจาก : https://www.modernpublishing.co.th/          ปราสาทโพกลวงการายเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะสมัยหลังที่อุทิศให้กับพระศิวะและสวยงามที่สุดในสมัยหลัง เนื่องจากสร้างขึ้นในระยะที่อาณาจักรจามปาเสื่อมลงด้วยการบุกรุกของเวียดนามทำให้อาณาจักรจามปาต้องถอยจากแคว้นวิชัยมาตั้งที่แคว้นปาณฑุรังคะ ตามจารึกที่พบทั้งภายในและภายนอกของปราสาทนั้นพบว่าทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยสิงหวรมัน ซึ่งปกครองอาณาจักรจามปาในช่วงครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 19 ที่น่าจะเป็นยุคสมัยของการสร้างปราสาทประธาน อีกทั้งตามจารึกยังได้บันทึกชื่อเดิมของศาสนสถานแห่งนี้คือ ชัยสิงหลึงเคศวร ทำให้ทราบว่าพระเจ้าชัยสิงหวรมันนับถือไศวนิกาย จึงได้สถาปนาพระนามของพระองค์ให้ร่วมกับศิวลึงค์  ภาพจาก :...

ปราสาทบันทายศรี (Banteay Srei)

รูปภาพ
      ปราสาทบันทายศรี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของประเทศกัมพูชา ที่มีความสวยงามจากหินสีชมพูและการแกะสลักนูน ปราสาทแห่งนี้สร้างเมื่อตอนปลายสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมัน ในปัจจุบันปราสาทแห่งนี้เป็นที่เลื่องลือกันอย่างกว้างขวางถึงความสวยสดงดงามไม่แพ้ปราสาทอื่นๆในกัมพูชา หากได้มาเยือนประเทศกัมพูชาแล้วต้องไม่พลาดมาชมปราสาทนี้ โดยปราสาทบันทายศรีอยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมราฐไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และจะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเสียมราฐ  ภาพจาก : https://www.yingpook.com/5-best-of-cambodia/     ประวัติของปราสาทบันทายศรีตามจารึกได้กล่าวไว้ว่า ปราสาทแห่งนี้นั้นสร้างใน พ.ศ 1510 โดย พราหมณ์นักปราชญ์นามว่า ยัชญวรหะ ที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระชัยวรมันที่ 5 ที่ยังทรงพระเยาว์ในการขึ้นครองราชหลังจากพระราเชนทรวรมันที่ 2 สวรรคต และยังเป็นพระราชครูแก่พระองค์ไปพร้อมๆกัน ซึ่งการสร้างปราสาทของพราหมณ์ยัชญวรหะนั้น สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระศิวะและเป็นศูนย์รวมจิตใจของราชฎร ภายใต้พระนามว่า ตรีภูวนมเหศวร หรือ เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม เพราะฉะนั้นการสร้างประสาทบันทายศรีจึงเป็น...

มหาเวสสันดรชาดก

รูปภาพ
          มหาเวสสันดรชาดก เป็นเรื่องราวในอดีตกาลของพระพุธทเจ้าที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นชาติที่มุ้งเน้นการให้ทานบารมีอย่างสูงสุดและยิ่งใหญ่ สามารถตัดกิเลสไม่หลงใหลหรือหวงแหนสมบัตินอกกาย เพื่อบำเพ็ญศีลและช่วยเหลือสรรพสัตว์ อีกทั้งเป็นชาติสุดท้ายก่อนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องจากพระบารมีของพระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญอย่างบริบูรณ์ในชาตินี้ทั้ง เรียกได้ว่าเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า มหาชาติ   ภาพจาก : https://www.norkaew.net/พระพุทธศาสนา/ประเพณีไทย/ฮีตสิบสอง/เดือนสี่-บุญผะเหวด.html ประวัติความเป็นมา         พระเวสสันดรเป็นบุตรชายของพระเจ้าสัญชัยและพระนางผุสดีแห่งเมืองสีวี ซึ่งมีช้างเผือกเพศผู้นามว่า ปัจจัยนาค เป็นช้างคู่บุญ พระเวสสันดรฝักใฝ่ในการให้ทานบริจาค ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารอาหารแห้งหรือสิ่งของจำเป็นต่างๆแล้ว หากมีผู้ใดมาขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งของพระองค์ ก็ย่อมบริจาคให้โดยปราศจากเงื่อนไขและไม่เสียดาย เนื่องจากการบริจาคเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่แก่ผู้ให้และผู้รับ รวมไปถึงยังช่วยให้พ้นจากความโลภในสิ่งนอกกาย ...

การกำหนดอายุสมัยทางโบราณคดีจากวงปีไม้

รูปภาพ
     การกำหนดอายุสมัยทางโบราณคดีมีหลากหลายวิธี เช่น คาร์บอน 14 โพแทสเซียมอาร์กอน การลำดับชั้นหิน และที่น่าสนใจอีกหนึ่งวิธีคือ วงปีไม้ ( Tree-ring dating or Dendrochronology )  ภาพจาก :  https://www.visualisingdata.com/2015/02/dendrochronology-visualisation-literacy/                วงปีไม้ ( Tree-ring dating or Dendrochronology ) คือ การศึกษาของวงเติบโตในไม้ เพื่อหาอายุของต้นไม้ในการกำหนดปีและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศย้อนหลัง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการกำหนดอายุสมัยทางโบราณคดี เพื่อทราบถึงสภาพอากาศในอดีตและหาอายุของสิ่งต่างๆ เช่น อาคารศิลปะ เครื่องจักร ที่ประกอบไปด้วยไม้     วิธีการและขั้นต อน คือ ดูหน้าตัดของเนื้อไม้หรือใช้วิธีการเจาะเนื้อไม้ออกมาดู โดยการใช้สว่านเจาะเก็บตัวอย่างจากเปลือกไม้จนถึงแก่นของไม้ที่เราเรียกกันว่า จุดกึ่งกลางของลำต้น เราจะเห็นไม้สีอ่อนกับสีเข้มสลับกัน ไม้สีอ่อน 1 ชั้น รวมกับไม้สีเข้ม 1 ชั้น เท่ากับ 1 เส้นวงปี ฉะนั้นเส้นวงปีจะบอกอายุของต้นไม้ ซึ่ง 1 เส้นวงปี เท่ากับ อายุ 1 ปี น...

โบราณคดี

รูปภาพ
     ภาพจาก :  https://thaiembdc.org/th/2018/10/03/the-cloud-banchiang/      โบราณคดี คือการศึกษาเรื่องราวหรือสิ่งเก่าแก่ที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในอดีต ผ่านกระบวนการศึกษา สำรวจ ขุดค้น และวิเคราะห์วิจัยที่มีความร่วมมือกับสหวิทยาการหลายแขนง      โบราณคดีเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับโบราณวัตถุและโบราณสถาน เพื่อศึกษาเรื่องราวของมนุษย์หรือบรรพบุรุษในอดีต ทั้งสิ่งที่ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ เช่น สิ่งก่อสร้าง ที่อยู่อาศัย เครื่องมือเครื่องใช้ และสิ่งที่ไม่ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ เช่น ประเพณี ความเชื่อ อีกทั้งยังเป็นสหวิทยาการทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องมนุษย์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม ผ่านทางโบราณวัตถุและโบราณสถาน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และอาศัยความร่วมมือกับสหวิทยาการหลายแขนง เช่น ธรณีวิทยา สัตววิทยา ภูมิศาสตร์ เป็นต้น การทำงานของนักโบราณคดีจึงจะเปรียบเสมือนนักสืบที่ต้องศึกษาค้นคว้าข้อมูลหรือเบาะแสต่างๆ โดยการสำรวจและขุดค้น เพื่อนำหลักฐานมาศึกษา วิเคราะห์ และตีความตามหลักการหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และนำทำการถ่...